ยกของหนักไม่จำเป็นต้องเสี่ยง! วิธีเลือกอุปกรณ์ยกของให้เหมาะกับงาน ลดอุบัติเหตุ 100%

Last updated: 27 ก.พ. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ยกของหนักไม่จำเป็นต้องเสี่ยง! วิธีเลือกอุปกรณ์ยกของให้เหมาะกับงาน ลดอุบัติเหตุ 100%

ยกของหนักแบบเดิม ๆ เสี่ยงมากกว่าที่คิด
ในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ คลังสินค้า โรงงาน ร้านค้าส่ง และห้างสรรพสินค้า การยกของหนักเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการยกกล่องสินค้า ถุงวัตถุดิบ พาเลท หรือเครื่องจักรขนาดเล็ก

แต่ปัญหาคือ…

พนักงานต้องใช้แรงยกด้วยตัวเอง
ใช้อุปกรณ์ผิดประเภท
ใช้รถเข็นที่รับน้ำหนักไม่ไหว
ล้อไม่เหมาะกับพื้นใช้งาน
ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ “ปวดหลัง” แต่คือ

  • อุบัติเหตุจากของหล่น
  • สินค้าเสียหาย
  • พนักงานบาดเจ็บเรื้อรัง
  • ต้นทุนค่ารักษาและหยุดงาน
  • ประสิทธิภาพงานลดลง
ความจริงคือ… การยกของหนักไม่จำเป็นต้องเสี่ยง ถ้าเลือกอุปกรณ์ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก

ทำไมการเลือกอุปกรณ์ให้ถูกจึงสำคัญ?
1.ลดอุบัติเหตุในการทำงาน
อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักโดยเฉพาะ เช่น

  • รถเข็นพื้นเรียบรับน้ำหนักสูง
  • แฮนด์ลิฟท์สำหรับพาเลท
  • แฮนด์สแตกเกอร์สำหรับยกซ้อนสูง

จะช่วยกระจายน้ำหนักอย่างถูกต้อง ลดแรงกดที่หลังและหัวเข่า

2.เพิ่มความเร็วในการทำงาน
ลองเปรียบเทียบดู:

  • ยกกล่องทีละใบ → ใช้เวลา 15 นาที
  • ใช้รถเข็นบรรทุกทีเดียว 10 กล่อง → ใช้เวลา 3 นาที

ผลต่างคือ Productivity เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า

3.ลดต้นทุนระยะยาว
หลายธุรกิจคิดว่า “ซื้ออุปกรณ์แพงไปทำไม”
แต่ความเสียหายจาก:

  • สินค้าตกแตก
  • พนักงานลาป่วยบ่อย
  • งานล่าช้า ส่งงานไม่ทัน
  • รถเข็นพังบ่อย ซ่อมบ่อย ซ่อมไม่จบ

รวมกันแล้วแพงกว่าการลงทุนอุปกรณ์คุณภาพดีหลายเท่า

วิธีเลือกอุปกรณ์ยกของให้เหมาะกับงาน
1. ดูน้ำหนักบรรทุก (Load Capacity)
อย่าเลือกแค่ “พอใช้ได้”

ควรเผื่ออย่างน้อย 20–30% จากน้ำหนักใช้งานจริง เช่น

  • ของหนัก 300 กก. → ควรเลือกอุปกรณ์ 400–500 กก.
    เพื่อป้องกันโครงสร้างบิดงอในระยะยาว

2. เลือกตามลักษณะสินค้า

ลักษณะงานอุปกรณ์ที่เหมาะสม
กล่องสินค้าในคลังรถเข็นพื้นเรียบ
สินค้าบนพาเลทรถลากพาเลท
ต้องยกซ้อนชั้นวางแฮนด์สแตกเกอร์
ใช้ในห้าง/ร้านค้ารถเข็นเงียบ ล้อเก้บเสียง

 

3. เลือกล้อให้เหมาะกับพื้น
พื้นปูนขัดมัน → ล้อ PU
พื้นกระเบื้อง → ล้อยาง
พื้นไม่เรียบ → ล้อขนาดใหญ่

ล้อที่ถูกต้องจะช่วยให้

  • เข็นลื่น
  • เสียงไม่ดัง
  • ลดแรงสะเทือน
  • ล้อไม่แตก
  • มีอะไหล่ให้เปลี่ยน

4. คำนึงถึงความสูงในการยก
หากต้องยกขึ้นชั้นวางสูงกว่า 1.5 เมตร
ไม่ควรใช้แรงคนล้วน ๆ

ควรใช้แฮนด์สแตกเกอร์หรืออุปกรณ์ยกไฮดรอลิกแทน

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเสี่ยง
1.รถเข็นอุตสาหกรรมรับน้ำหนักสูง
เหมาะกับงานเคลื่อนย้ายในโรงงานและคลังสินค้า
โครงสร้างเหล็กหนา ล้อแข็งแรง ไม่บิดงอง่าย

2. แฮนด์ลิฟท์ รถลากพาเลท(Hand Pallet Truck)
ใช้ยกและเคลื่อนย้ายพาเลทได้รวดเร็ว
ลดการยกพาเลทด้วยแรงคนโดยตรง

3.แฮนด์สแตกเกอร์ (Hand Stacker)
เหมาะกับงานยกซ้อนสูงในคลังสินค้า
ลดอุบัติเหตุจากการปีนขึ้นที่สูง

ความเสี่ยงที่ธุรกิจมักมองข้าม
1.ใช้รถเข็นราคาถูก บางๆ ในงานอุตสาหกรรม
2.เลือกอุปกรณ์ราคาถูก แต่พังเร็ว
3.ไม่ตรวจสอบน้ำหนักจริงก่อนใช้งาน
4.ไม่บำรุงรักษาล้อและระบบไฮดรอลิก

ผลคือ
1.โครงสร้างบิด
2.ล้อแตกกลางงาน
3.ของหล่นเสียหาย
4.เสียความน่าเชื่อถือกับลูกค้า

สถิติที่หลายองค์กรเริ่มตระหนัก
อุบัติเหตุจากการยกของผิดวิธี เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและกระดูกในภาคอุตสาหกรรม

องค์กรยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับ:

  • Ergonomic Workplace
  • ระบบ Lean Warehouse
  • อุปกรณ์ช่วยยกมาตรฐานอุตสาหกรรม
  • เพราะ “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” แพงกว่าที่คิดเสมอ

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือความปลอดภัย
การเลือกอุปกรณ์ที่ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยให้:

  • พนักงานทำงานได้นานขึ้น
  • ลดการลาออกจากอาการบาดเจ็บ
  • เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า
  • สร้างภาพลักษณ์องค์กรมืออาชีพ
  • ลดต้นทุนซ่อมบำรุงระยะยาว

สรุป: ยกของหนักไม่จำเป็นต้องเสี่ยง
การยกของหนักไม่ควรเป็นเรื่องของ “ความอดทนของพนักงาน”

แต่ควรเป็นเรื่องของ “ระบบและอุปกรณ์ที่เหมาะสม”

ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนคือธุรกิจที่:

  • เลือกเครื่องมือถูกต้อง
  • คำนึงถึงความปลอดภัย
  • วางแผนต้นทุนระยะยาว
  • ให้ความสำคัญกับคนทำงาน
  • เพราะสุดท้ายแล้ว…
อุปกรณ์ที่ดี ไม่ได้ช่วยแค่ยกของ แต่ช่วยยกระดับธุรกิจทั้งระบบ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้